ในทางฟิสิกส์กฎของโอห์มมีไว้เพื่ออะไร
กฎของโอห์ม (Ohm’s Law) มีไว้เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า ซึ่งใช้อธิบายด้วยตัวแปร 3 ตัว หลักการจำคือ
วี เท่ากับ ไอ อาร์ (V = IR)
V คือ ความต่างศักย์ไฟฟ้า V = Voltage (V)
I คือ กระแสไฟฟ้า I = Current (A)
R คือ ความต้านทาน R = Resistance (Ω)
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม (Series Circuit) คือ วงจรไฟฟ้าที่มีตัวต้านทานมากกว่า 1 ตัว ต่อเรียงแบบอนุกรมกับแหล่งจ่ายไฟ
คุณสมบัติของวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม คือ
1. ค่าความต้านทานรวมทั้งหมด (Rt) ของวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม มีค่าเท่ากับผลรวมของความต้านทานทุกตัว
Rt = R1 + R2 + R3 + Rn
2. กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานทุกตัวมีค่าเท่ากัน
It = I1 = I2 = I3 = In
3. ผลรวมของแรงดันตกคร่อมความต้านทานแต่ละตัวจะเท่ากับแรงดันที่จ่ายให้กับวงจร
Vt = V1 + V2 + V3 + Vn
4. แรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมตัวต้านทานแต่ละตัวในวงจรจะแตกต่างกันไป ความต้านทานตัวใดมีค่ามากจะมีแรงดันตกคร่อมมาก
วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
วงจรไฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Circuit) คือการต่อกระแสไฟฟ้าที่มีการแยกไหลออกได้หลายทาง และช่วงสุดท้ายไหลมารวมกัน
คุณสมบัติของการต่อวงจรไฟฟ้าแบบขนาด
1. กระแสไฟฟ้าที่ไหลออกผ่านหลอดไฟฟ้าแต่ละหลอดไม่เท่ากัน แต่ถ้าหลอดมีความต้านทานไม่เท่ากัน แต่กระแสไฟฟ้ารวมขะเท่ากับผลบวกของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านแต่ละหลอด
Iรวม = I1 +I2 +I3 +..
2. ความต้านทานรวมจะน้อยลงและน้อยกว่าความต้านทานที่น้ยอที่สุดในวงจร ความต้านทานรวมจะมีค่าเท่ากับ
1/Rรวม = 1/r1+1/R2+1/R3+..
3. ความต่างศักย์รวมจะมีค่าเท่ากับความต่างศักย์ของหลอดไฟฟ้าแต่ละหลอด
Vรวม = V1+V2+V3+..





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น